ITKMITL FAQ
From ITKMITL Wiki
ปัจจุบัน มีคำถามในฟอรัมจำนวนมากที่เกี่ยวกับการศึกษาต่อ ณ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง รวมถึงคำถามที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาต่อทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือคอมพิวเตอร์ จึงทำการรวบรวมคำถามที่ถามบ่อยๆ แบ่งออกเป็นหมวดต่างๆ ดังนี้
หมายเหตุ: คำตอบในบางคำถามเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้ตอบ ขอให้ใช้วิจารณญาณในการอ่าน โดยส่วนใดที่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวจะมีการบอกถึงชื่อผู้ที่ตอบ พร้อมลิงก์ที่มา และคำตอบจะอยู่ในกรอบคำพูดเสมอ
หมวดการศึกษาต่อ ณ คณะไอทีลาดกระบัง ระดับปริญญาตรี
อ่านประกาศอย่างเป็นทางการของการรับสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีที่คณะไอทีลาดกระบังได้ที่ไหนหรือครับ?
สามารถอ่านรายละเอียดการรับสมัครเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีประจำปี 2551 ได้ดังนี้
เว็บการเข้าศึกษาต่อที่เว็บหลักของคณะ
มีวิธีการเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีได้กี่ทาง ทางใดบ้าง และมีรายละเอียดการรับเข้าอย่างไร?
มีทั้งหมด 6 ทาง ได้แก่
- โควตาโอลิมปิกวิชาการ
- โควตาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
- โควตาเรียนดี
- โควตา MOU
- โควตาช้างเผือก
- รับตรง - สอบตรงที่คณะฯ
- รับตรง - ยื่นคะแนน O/A-NET ที่คณะฯ
- แอดมิสชั่นกลาง
รายละเอียดการรับสมัครเข้าแต่ละทาง ให้คลิ๊กที่ลิงก์นั้นๆ ได้เลยครับ
คือผมจะสมัครสอบตรงและโควต้าได้พร้อมกันเลยมั้ยครับ?
ได้ครับ โดยจะสอบข้อสอบเลขชุดเดียวกัน และการสัมภาษณ์ก็จะสัมภาษณ์ในวันเดียวกันเลยครับ
คณะไอทีลาดกระบังมีภาคต่อเนื่องไหมครับ และในอนาคตจะเปิดไหม?
ไม่มีครับ ส่วนอนาคตจะเปิดต่อเนื่องไหม ยังไม่มีแผนในตอนนี้ครับ
ต้องนำ Portfolio มาวันไหนครับ?
ถ้าเป็นโควตาให้ทำสำเนา portfolio ส่งมาพร้อมใบสมัครด้วยครับ ส่วนสอบตรงหรือรับตรงหรือแอดมิสชั่นให้นำมาในวันสัมภาษณ์ครับ
ผมเรียนสายศิลป์คำนวณ/ศิลป์ภาษา/ปวช. จะสามารถเข้าคณะไอทีลาดกระบังได้ไหมครับ
ได้ครับ ทั้งการสอบตรง รับตรงด้วยการยื่นคะแนน ONET/ANET แอดมิชชันกลาง และโควตาต่างๆ
แต่มีข้อควรพิจารณาคือในหลักสูตรจะมีวิชา Physics ด้วย ซึ่งน้องควรจะถามตัวเองว่าไหวไหม เพราะหลาย ๆ คนมาจากศิลป์-คำนวณ แล้วเรียนไม่ไหวเพราะตัวนี้ตัวเดียวก็มี
เกรดมีผลกับการสมัครเข้าคณะไอทีลาดกระบังไหมครับ?
ถ้าโควต้าคงมีผลแน่นอน ส่วนสอบตรงน่าจะเอาเกรดมาร่วมประเมินตอนสอบสัมภาษณ์ ส่วนแอดมิสชันไม่น่าเกี่ยวครับ (แต่ Admission ก็มีส่วนประกอบของเกรดถึงร้อยละ 30) -WingGundamZeroCustom.co.th-
มีวิธีการสมัครสอบตรงวิธีอื่นนอกจากสมัครออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตไหมครับ?
ไม่มีครับ
หมดเขตรับสมัครสอบตรงเมื่อไหร่ครับ?
หมดเขตรับสมัครออนไลน์ในเที่ยงคืนของวันเสาร์ที่ 8 ธันวาคม 2550 และหมดเขตการชำระเงินค่าสมัครสอบภายในวันอาทิตย์ที่ 9 ธันวาคม 2550
สอบตรงรับทั้งหมดกี่คนครับ?
25 คนครับ
สอบตรงต้องสอบวิชาอะไรบ้างครับ?
- วิชาทักษะเชิงวิเคราะห์ และแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์
- วิชาภาษาอังกฤษ
- วิชาความถนัดทางคอมพิวเตอร์
อยากทราบแนวข้อสอบสอบตรงของแต่ละวิชาครับ
ปีนี้เป็นปีแรกที่มีการสอบตรง เพราะฉะนั้นพี่ๆ จึงไม่สามารถรู้ข้อสอบได้เลยว่าจะออกเป็นอย่างไรบ้าง (อย่างนึงแน่ล่ะ พี่ๆ ไม่ได้เป็นคนออกข้อสอบแน่นอนครับ) -WingGundamZeroCustom.co.th-
วิชาความถนัดทางคอมพิวเตอร์ แบ่งเป็น 10 โดเมนดังนี้ - Hardware - Software (Application) - OS - Network/Security - Database - Web Technology - Problem Solving - Computer Programming - Data Structure and Algorithm - IT News/Ethics -อาจารย์โชติพัชร์ ภรณวลัย-
การฝึกฝนวิชาภาษาอังกฤษ อย่าง Vocab นี่ก็ต้องใช้การสะสมมาเป็นระยะเวลาพอสมควรถึงจะมีวงศัพท์กว้าง แต่ถ้าเวลาเตรียมตัวน้อย จะต้องฝึกเดาศัพท์ครับ ส่วน Reading ต้องฝึกอ่านในสถานการณ์จริงครับ เช่น หนังสือพิมพ์ (เริ่มต้นอาจจะง่าย ๆ อย่าง Student weekly พอมั่นใจแล้วก็เขยิบไปเป็น The Nation หรือ Bangkok Post หรือถ้ามีกำลังทรัพย์พอก็อ่าน Times เลยครับ ส่วนตัวแล้วผมชอบอ่าน Times Higher Ed แต่เสียอย่างเดียวมันแพง และผมไม่มีตังค์ซื้อ) ซึ่งแน่นนอนว่าแรก ๆ อ่านไม่ค่อยรู้เรื่องหรอกครับ ทำให้คนถอดใจกันไปเยอะ (แรก ๆ คงต้องอ่านไปเปิดดิกไป) แต่หากเราฝึกฝนจนได้ระดับที่ทำความเข้าใจได้เลยโดยไม่ต้องแปลไทยทีละประโยค นี่ เยี่ยมเลยครับ (ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องเข้าใจทุกคำนะครับ แค่เข้าใจ main idea กับจุดสำคัญๆ ก็พอแล้วครับ) ส่วน Grammar ผมว่า เรา ๆ ท่าน ๆ นี่เรียนกันมาหลายรอบจนเบื่อแล้วมั้งครับ อย่างผมนี่ตั้งแต่จำความได้จนถึงบัดนี้ เรียนเรื่อง tense ไปแล้วไม่ต่ำกว่า 5 รอบ (รอบที่ยากที่สุดกลับเป็น ม.ปลาย ไม่ใช่อุดมศึกษา) ซึ่งเทคนิคส่วนตัวผม (ไม่ควรเอาอย่าง) คือใช้ sense ครับ -ShinKun-
สอบวิชาความถนัดทางคอมพิวเตอร์ ต้องอ่านหนังสือเล่มไหนครับ?
ความคิดเห็นส่วนตัวของพี่อ่านะ พี่คิดว่าสิ่งที่จะสอบในวิชาคอมฯ ถ้าน้องชอบเล่นคอม และมีประสบการณ์มาแล้วพอสมควร ต่อให้ไม่อ่านหนังสือเลยก็น่าจะทำได้ครับ แต่ต้องมีประสบการณ์ให้ตรงกับที่ออกสอบด้วยนะ -WingGundamZeroCustom.co.th-
ไม่น่าจะเน้นที่ภาษาใด ภาษาหนึ่งนะครับ น่าจะเน้นที่กระบวนการวิธีการคิดและแก้ไขปัญหามากกว่า เพราะการที่เน้นที่ภาษาใดภาษาหนึ่ง ทำให้มีการเสียเปรียบได้เปรียบเกิดขึ้น และไม่ใช่เป้าหมายที่ต้องการสำหรับการเขียนโปรแกรม -WingGundamZeroCustom.co.th-
โดเมน IT News/Ethics หา Magazine comp ทั่ว ๆ ไปอ่านก็น่าจะพอแล้ว -ShinKun-
แนะนำที่ชื่อหนังสือบอกว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ อะไรพวกนี้นะครับ -WingGundamZeroCustom-
ลองหาพวกหนังสือพื้นฐานคอมดูอ่ะ -ShinKun-
มีตัวอย่างข้อสอบบ้างไหมครับ?
เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่มีการสอบตรงของคณะไอทีลาดกระบัง จึงไม่มีตัวอย่างข้อสอบของปีก่อนๆ ให้ดู แต่จะมีตัวอย่างแนวข้อสอบจริงๆ ที่ออกโดยคณะมาให้ดูราวๆ ต้นเดือนพฤศจิกายนครับ
อัตราส่วนคะแนนของแต่ละวิชาที่สอบตรงนี่เป็นอย่างไรบ้างครับ
ขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดอัตราส่วนคะแนนของแต่ละวิชา แต่ขอให้คิดว่าแต่ละวิชามีอัตราส่วนเท่ากันไปก่อนครับ -อาจารย์โชติพัชร์ ภรณวลัย- ณ ไอทีแคมป์ ช่วงเสวนาไอที
อัตราส่วนการแข่งขันการสอบตรงเป็นเท่าไหร่หรือครับ
เนื่องจากปีนี้เป็นปีแรกที่มีการสอบตรงของคณะไอทีลาดกระบัง จึงไม่มียอดผู้สมัครของปีที่ผ่านมา แต่คาดการณ์ว่าจะมียอดผู้สมัครเข้าสอบตรงประจำปีการศึกษา 2551 นี้ราวๆ 400 - 500 คนครับ
หมวดเกี่ยวกับคณะไอทีลาดกระบัง
จะสามารถเดินทางมายังคณะไอทีลาดกระบังได้อย่างไรบ้างครับ?
อ่านวิธีการเดินทางมาคณะได้ที่หน้าเว็บต่อไปนี้ครับ
หมวดการศึกษาต่อทางด้านคอมพิวเตอร์
คณะที่เรียนทางด้านคอมพิวเตอร์มีอะไรบ้าง?
ปัจจุบันทั่วโลกมีคณะที่สอนเกี่ยวกับทางด้านคอมพิวเตอร์โดยตรงอยู่ทั้งหมด 6 สายดังนี้
- Information Technology (IT) หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือไอที หรือไอซีที (ICT)
- Computer Science (CS) หรือวิทยาการคอมพิวเตอร์ หรือวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์
- Computer Engineering (CE) หรือวิศวกรรมศาสตร์สาขาคอมพิวเตอร์
- Information Engineering (ITE) หรือวิศวกรรมศาสตร์สาขาสารสนเทศ
- Software Engineering (SE) หรือวิศวกรรมซอฟท์แวร์
- Information Systems (IS)
เท่าที่สำรวจ คณะที่เปิดสอนในประเทศไทยคือ IT, CS, CE, ITE (อาจจะมีที่ลาดกระบังที่เดียว) ส่วน SE ปัจจุบันมีสถาบันที่กำลังจะเปิดทางด้านนี้อยู่ และ IS จะเปิดสอนในระดับปริญญาโท
แล้วคณะที่สอนทางด้านคอมพิวเตอร์แต่ละสาขาแตกต่างกันอย่างไรบ้างครับ?
มีสไลด์ที่ทำการสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ ในค่ายไอทีแคมป์ ช่วงเสวนาไอที โหลดได้จากลิงก์ข้างล่างนี้ครับ
http://forums.it.kmitl.ac.th/index.php?action=dlattach;topic=1314.0;attach=1273
นอกจากนี้มีความคิดเห็นจากรุ่นพี่และอาจารย์ดังนี้ครับ
ขอเสริมหน่อยละกัน อย่างแรกที่นี่คือบอร์ดของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ใช่วิศวะเทคโนโลยีสารสนเทศนะค๊าา ซึ่งสองคณะนี้ต่างค่อนข้างมาก แต่สำหรับเรื่องคำว่าประยุกต์ใช้ IT นี่ขออธิบายในเทอมของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศละกัน พี่เคยนั่งถก ประเด็นเกี่ยวกับจุดเด่นของคณะเรากับอาจารย์ท่านหนึ่งในคณะ แล้วอาจารย์ท่านนั้นก็ได้งัดเอาบทความหนึ่งจาก IEEE หรือ ACM ซักอย่างแหละจำไม่ค่อยได้และ ซึ่งเป็นองค์กรทางด้านวิศวะกรรม และคอมพิวเตอร์ตามลำดับ บทความนั้นเป็นการจำแนกคณะหรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอรฺ์ทั้งหมด โดยจำแนกจากความรู้ทางด้าน Hardware and Software และทางด้านทฤษฎีและปฏิบัติ ซึ่งสุดท้ายเราได้ข้อสรุปกันว่าถ้าจากวิชาในนับจากหลักสูตร (เก่า) ทั้งหมดแล้ว พวกเราจะตกอยู่ในส่วนของ Software engineering หรือวิศวะกรรมซอฟท์แวร์ (เอ๊ะ แปลทำไม มันก็ตรงตัวอยู่แล้วนี่หว่า) เอา เป็นว่าเรามาว่าถึงลักษณะเด่นของสาย Software engineering ดีกว่า ลักษณะเด่นคือ รู้ Hardware นิดหน่อย รู้ Software ก็อีกเยอะหน่อย แต่ว่าความรู้เหล่านั้นมักจะเป็นความรู้ที่อยู่ในทางปฏิบัติ มักจะไม่ค่อยเข้าใจทฤษฏีเท่าไร ถ้าน้องนึกไม่ออกว่ามันหมายความว่ายังงัย เด๋วจะลองอธิบายเปรียบเทียบกับอะไรที่ง่ายขึ้นให้ฟัง ... จำตรีโกณได้มั้ยน้อง มันมีสูตรมากมายให้น้องใช้ยั้วเยี้ยเต็มไปหมด ถ้าสำหรับคำว่าทฤษฎีมันหมายความว่าน้องต้องสามารถเข้าใจที่มาที่ไป สามารถพิสูจน์ได้ทุกสูตรว่ามันมาจากไหน แต่สำหรับทางปฏิบัติคือเห็นโจทย์แล้วแก้ได้ละกัน โจทย์มาแบบไหนก็เอาเหอะ เห็นปุ๊ปตอบปั๊ป แต่สูตรมายังงัยหรอ ช่างมันดิ แก้โจทย์ได้ก็พอ ทางด้าน Software eng. ก็เป็นเช่นนี้แล อันนี้คงใ้ห้คำเปรียบเทียบความแตกต่างของ com science กับ sw eng. ได้พอสมควรมั้ง หรือถ้าให้เห็นภาพทางด้าน software มากขึ้น ก็คือพวก com science มันจะต้องนั่งหัวฟูหาวิธีเขียนโปรแกรมที่ดีที่สุดออกมา เพื่อให้ได้ performance ที่ดีที่สุด ส่วนเราก็ฉกเอาไอ้ที่มันคิดออกมาเนี่ย เลือกเอาว่าจะเอาอันไหนไปส่งใ้ห้กับลูกค้าเพื่อใ้ห้ตรงตาม user (many) requierment หรือความเรื่องมากของลูกค้าให้มากที่สุด และปรับแก้ให้ระบบโดยรวมทำงานให้ดีที่สุด ดังนั้นเราจึงเป็นพวกมองภาพกว้างของระบบ แต่พวก com science เป็นพวกแก้ทีละปัญหา ส่วน com eng. จะคล้ายกับ software eng. แต่มันจะเรียน hardware หนักกว่าเรามาก ๆ แต่เรียน software น้อยกว่าเรา และ hardware ที่เรียนนั้นจะเรียนว่าทำงานอย่างไร เพื่อให้น้องสามารถนำความรู้นี้ไปปรับปรุงให้คอมพิวเตอร์นั้นมันทำงานได้ดี ขึ้น (ส่วนไอทีเป็นผู้เลือกซื้อเท่านั้นว่าอันไหนซื้อแล้วคุ้มที่สุด เหอ ๆ) ดังนั้นถ้าน้องอยากเรียนทางด้าน hardware ว่าไอ้เมนบอร์ดในเครื่องมันทำงานอย่างไร ฟันธงเลยว่า ไอทีแทบไม่สอนเลยครับน้อง ปล. คณะเรามีส่วนที่ไม่ตรงกับ software eng. อยู่อย่างนึงคือ ดันมีสายเนตเวริคแหล่มออกมาอยู่ด้วย (ซึ่งเป็นสายที่ค่อนข้างแข็งมาก ๆ สำหรับที่นี่) แต่ว่ามันก็เรียนต่างจากวิศวะคอมอีกนั่นแหละ เราเรียนปฏิบัติ คือเราไม่รู้ว่า switch มันใช้ ic อเะไรบ้าง สายแลนมันทำมาจากอะไร ต้องใช้กระแสเท่าไร ไอ้พวกนั้นเราไม่รู้หรอก แต่ว่าเราจะเป็นพวกที่ว่าอยากให้เดิน wifi ครอบคลุมทั้งกรุงเทพหรอ เอางบประมาณมาสิ แล้วเราจะเลือกซื้อของพร้อมติดตั้งและปรับแต่งระบบให้คุณเอง -YiM-
ผมจะเรียนคณะที่เปิดสอนทางด้านคอมพิวเตอร์คณะไหนดีครับ? / ผมจะเรียนคอมพิวเตอร์ทางด้านไหนดีครับ?
พี่อยากจะให้น้องคิดสถานที่ที่น้องจะเข้าเรียน โดยเลือกจากความถนัด และความชอบเป็นหลักมากกว่าครับ ความน่าเรียนแต่ละที่ ไม่สามารถวัดได้ ทุกอย่างถูกวัดโดยตัวน้องๆ ทั้งหมดครับ พี่ยกตัวอย่างเช่น ตัวพี่ชอบคอมมากๆ ไม่ชอบเรียนวิชาพื้นฐานเช่น ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ ชอบเรียนรู้พื้นฐานคอมหลายๆ ด้าน ชอบการประยุกต์ใช้คอม มากกว่าที่จะไปพิสูจน์ทฤษฎี หรือคิดค้นหรือสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ แปลว่า คณะไอทีน่าเรียนสำหรับพี่มากกว่าครับ ตรงกันข้ามกับพี่อีกคน เขาชอบเรียนวิชาพื้นฐานมากๆ ชอบเล่นพวกอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ ไฟฟ้า ชอบเรื่องเกี่ยวกับวงจร ดิจิตอล คอมเขาก็ชอบเหมือนกัน แต่แน่นอนว่า คณะวิศวสารสนเทศย่อมน่าเรียนมากกว่าสำหรับตัวเขา... กลับมาเรื่อง แรกคือ เรื่องงาน พี่สมมติว่า (สมมตินะครับ ไม่ใช่โลกความเป็นจริง) คณะวิศวสารสนเทศ เขาสามารถหางานได้ดีกว่าคณะไอที เงินเดือนสูงกว่า มีงานรองรับแน่นอน พี่เลยเลือกเข้าคณะวิศวสารสนเทศ ในขณะที่พี่มีความชอบ และความถนัดอย่างที่กล่าวดังข้างต้น พี่กล้าบอกได้เลยว่า ชีวิตสี่ปีในมหาลัย น้องไม่มีความสุขกับมันแน่ๆ สี่ปีที่น้องต้องทนเรียนสิ่งที่น้องไม่ชอบ สิ่งที่น้องไม่อยากเข้าใจ ไม่อยากทำ เพียงเพื่อแค่หางานในอนาคตที่เงินดีกว่า แต่น้องไม่ได้มีความสุขกับมัน พี่ให้ข้อมูลทั้งหมดนี้ ไม่ใช่แค่เฉพาะกับน้องคนเดียว แต่กับน้องๆ อีกหลายๆ คนเป็นจำนวนมาก ที่คิดในเรื่องงานในอนาคต ชื่อเสียงของสถาบัน ชื่อเสียงของคณะ มากกว่าที่จะเลือกสิ่งที่ต้องชอบ น้องต้องการ และสิ่งที่น้องอยากจะมีความสุขกับมัน สุดท้ายอีกเรื่องนึงแน่นอน นั่นคือ มีน้องหลายๆ ที่ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร และอยากไปทางด้านไหน ซึ่งสิ่งเหล่านี้น้องต้องค้นหาข้อมูลคณะต่างๆ เข้าไปดูหลักสูตร เข้าไปสำรวจ เข้าไปสัมผัสกับคณะที่น้องสนใจ รวมถึงสอบถามสิ่งที่น้องอยากรู้ ซึ่งทุกคณะพร้อมที่จะให้ข้อมูลกับน้องเสมอ รวมถึงในฟอรัมแห่งนี้ ที่พร้อมจะแนะแนวทางให้กับน้องในอนาคต โดยเฉพาะคนที่อยากจะมาทางด้านคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศครับ อย่า ลืมนะครับ เลือกคณะโดยความถนัด และความชอบของน้องเป็นหลัก อย่าเลือกเพราะชื่อเสียง งาน เงิน หรือว่าเทรน แล้วน้องก็จะพบว่า ชีวิตมหาลัยของน้องจะเป็นช่วงเวลาที่น้องมีความสุขที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต ครับ ปล.เรื่องงานนิดนึง จริงๆ แล้วทุกคณะก็สามารถทำงานเกี่ยวกับทางด้านคอมฯ ได้หมด แต่พี่ให้ข้อมูลนิดนึงว่า มันขึ้นอยู่กับความสามารถของน้องล้วนๆ อีกเหมือนกัน ปกติแต่ละคณะก็จะเรียนคอมคล้ายๆ กัน อาจจะเน้นไปคนละด้าน แต่พอถึงเวลาทำงาน น้องก็จะพบว่า ระหว่างคนที่เรียนตามหลักสูตรไปเรื่อยๆ โดยไม่สนใจอย่างอื่น กับอีกคนที่หมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ แน่นอนว่าคนที่ศึกษาเพิ่มเติมย่อมมีดีกรีดีกว่าคนที่เรียนตามหลักสูตรไป เรื่อยๆ อย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเลยอยากจะบอกน้องว่า ไม่ว่าน้องจะไปเรียนคณะไหน น้องก็สามารถหางานที่เงินเดือนดีๆ ได้ทั้งนั้น ถ้าน้องหัดหมั่นหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ ไม่หยุดนิ่ง คราวนี้สิ่งที่คณะสามารถมอบให้กับน้องได้ก็คือ อุปกรณ์ และเครื่องมือที่จะดึงศักยภาพของน้องออกมา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าน้องชอบทางด้านอุปกรณ์เน็ตเวิร์ก แต่น้องไปเรียนที่คณะวิทยาการคอมฯ แน่นอนเหมือนกันว่า น้องสามารถหาความรู้เพิ่มเติมทางด้านเน็ตเวิร์กได้ แต่ก็ไม่ดีเท่ากับคณะที่มีอุปกรณ์เน็ตเวิร์กพร้อมให้น้องลองเล่นได้เสมอ เช่น คณะไอทีลาดกระบัง กร๊าก ใช่ไหมครับ อิอิ (สุดท้ายก็กลับมาโปรโมทคณะต่ออยู่ดี) -WingGundamZeroCustom.co.th

